|
ข้อพิจารณาก่อนการเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศ |
|
|
|
|
Wednesday, 12 March 2008 |
|
ข้อแนะนำต่อไปนี้อาจเป็นประโยชน์สำหรับท่านที่กำลังตัดสินใจซื้อเครื่องปรับอากาศได้ดีขึ้น
1. ควรเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศจากผู้ผลิตและผู้จำหน่ายที่เชื่อถือได้
เพราะเครื่องปรับอากาศโนเนมส่วนใหญ่จะมีกำลังความเย็น ( BTU ) น้อยกว่าที่แสดงไว้บนฉลาก
หรือที่ภาษาช่างแอร์เรียกว่าไม่เต็มบีทียู เครื่องปรับอากาศจากผู้ผลิตโนเนมส่วนใหญ่มีกำลังความเย็นเพียง 70 - 80 %
ของที่โฆษณาไว้ นอกจากจะมีกำลังความเย็นไม่เต็มบีทียูแล้ว แอร์โนเนมยังมีเสียงดังแล้วยังเสียเร็วด้วย
2. การประหยัดไฟฟ้า (Energy Saving) ในปัจจุบันมีเครื่องปรับอากาศเบอร์ 5 วางจำหน่ายอยู่ในท้องตลาด เพื่อตอบสนองนโยบายการประหยัดพลังงานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ซึ่งเครื่องปรับอากาศเบอร์ 5 จะมีประสิทธิภาพพลังงาน (EER - Energy Effciency Ratio) สูงกว่า และช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้า แต่ข้อเสียคือมีราคาสูงกว่าเครื่องปรับอากาสธรรมดา ดังนั้นผู้ซื้อจึงควร เปรียบเทียบความคุ้มค่าระหว่างต้นทุนที่เพิ่มขึ้น กับค่าไฟฟ้าในระยะยาวโดยขึ้นอยู่กับตัวแปรหลายอย่าง เช่น ส่วนต่างราคา จำนวนปีที่จะใช้งาน จำนวนชั่วโมงที่จะใช้งานต่อวัน เป็นต้น
3. เลือกใช้เครื่องปรับอากาศของผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายที่มีบริการหลังการขายที่ดี
ข้อนี้เป็นข้อที่มีความสำคัญมากและผู้ให้บริการนั้นจะต้องมีความชำนาญและได้มาตรฐาน
4. มีมาตรฐานรับรองเช่น มอก. CE JIS ISO เป็นต้น
5. รูปแบบของการใช้ (ตั้ง-แขวน, ติดผนัง , ตู้ตั้ง ,ฝังเพดาน) เลือกรูปแบบของเครื่องปรับอากาศโดย คำนึงถึงพื้นที่ที่จะทำการติดตั้ง และความสะดวกในการดูแลรักษา (Maintenance)
6. การเลือกเครื่องต้องเหมาะกับห้องปรับอากาศ เนื่องจากการใช้งานติดต่อกันไม่น้อยกว่า 8 ปี
และอากาศจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นทุกปี
7. ควรเลือกขนาดของเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสมกับห้องที่ต้องการติดตั้ง โดยที่ความสูงของห้องไม่ เกิน 3 เมตร ควรเลือกขนาดตามตารางต่อไปนี้
| ขนาดพื้นที่ห้อง (ตร.ม.) |
ขนาดของเครื่องปรับอากาศ BTU |
| 13 - 14 |
7,000 - 9,000 |
| 16 - 17 |
9,000 - 12,000 |
| 20 |
11,000 - 13,000 |
| 23 - 24 |
13,000 - 16,000 |
| 30 |
18,000 - 20,000 |
| 40 |
24,000 |
|
|
แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Friday, 12 June 2009 )
|